โครงการนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้
วิสาหกิจชุมชน มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของจริง
เกษตรกร ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเกินตัว
การดำเนินงาน มีความต่อเนื่อง โปร่งใส และยั่งยืน
สามารถขยายผลได้หลายอำเภอ หลายจังหวัด
เราจึงใช้โครงสร้างการร่วมทุนแบบ
“แยกโครงการ แยกความเสี่ยง”
SPV (Special Purpose Vehicle) คือ
บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมา เพื่อดำเนินโครงการใดโครงการหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น
โกดังรวบรวมและจัดการชีวมวล → 1 บริษัท
โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ → อีก 1 บริษัท
แต่ละบริษัท
มีบัญชีของตัวเอง
มีรายได้–ค่าใช้จ่ายของตัวเอง
ถ้าโครงการหนึ่งมีปัญหา จะไม่กระทบอีกโครงการหนึ่ง
นี่คือกลไกที่ช่วย ปกป้องวิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร
CEV REpow : 80%
วิสาหกิจชุมชนทำนาข้าวแปลงใหญ่ (CE Rice) : 10% (ลงเงินจริงเมื่อมั่นใจ)
วิสาหกิจชุมชนทำไร่อ้อยแปลงเล็ก (CE Sugarcane) : 10% (ลงเงินจริงเมื่อมั่นใจ)
โรงเก็บชีวมวล ทำหน้าที่เป็น
“โครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางของชุมชน”
โดยรับผิดชอบ:
การรวบรวมฟางข้าวและใบอ้อย
การอัดก้อน (baling)
การขนส่ง
การควบคุมคุณภาพและการเก็บรักษา
เกษตรกร ไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรเอง
ไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์
วิสาหกิจชุมชนมี 2 สถานะพร้อมกัน
1) ผู้ถือหุ้น
มีสิทธิ์รับเงินปันผล
มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางโครงการ
ไม่ต้องรับผิดชอบหนี้เกินเงินลงทุน
2) สมาชิกผู้ใช้บริการ
ใช้บริการรวบรวม–อัดก้อน–ขนส่ง
ชำระ ค่าสมาชิกรายปี
(ผูกกับเงินอุดหนุนจากภาครัฐตามนโยบายอากาศสะอาด)
ค่าสมาชิก = ค่าบริการ
ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่การจ่ายซ้ำซ้อน
เกษตรกรที่เข้าร่วม ต้องสมัครเป็นสมาชิกผ่านวิสาหกิจชุมชน
สมาชิกมี ระยะผูกพันขั้นต่ำ 10 ปี
หากต้องการถอนตัว ต้องแจ้งล่วงหน้า อย่างน้อย 1 ปี
หากเกษตรกรบางรายถอนตัว
→ วิสาหกิจชุมชนมีหน้าที่บริหารหาสมาชิกใหม่ทดแทน
เพื่อให้ปริมาณชีวมวลเป็นไปตามสัญญา
หากส่งมอบไม่ครบตามที่ตกลง
→ จะมีการ ชะลอการจ่ายเงินปันผล
(ไม่ใช้ค่าปรับเงินสด ไม่ฟ้องร้อง)
CEV REpow : 80%
วิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์ (CE Livestock) : 10% (ลงเงินจริงเมื่อมั่นใจ)
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ (CE Organic) : 10% (ลงเงินจริงเมื่อมั่นใจ)
หมายเหตุ:
วิสาหกิจแปลงใหญ่นาข้าวและแปลงเล็กไร่อ้อย ไม่ถือหุ้นในส่วนนี้
เพื่อไม่ให้บทบาทซ้ำซ้อน
วิสาหกิจชุมชน-ปศุสัตว์
จัดการสมาชิกฟาร์ม (โคเนื้อ โคนม กระบือ สุกร ไก่)
จัดหามูลสัตว์ที่มีคุณภาพ
บริหารสมาชิกและปริมาณวัตถุดิบ
วิสาหกิจชุมชน-เกษตรอินทรีย์
เป็นผู้ใช้และกระจายปุ๋ยอินทรีย์
ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่
เชื่อมโยงตลาดและการใช้จริงในแปลงเกษตร
โรงแปรรูปชีวมวลผลิตคอมโพสปุ๋ยอินทรีย์
เดินระบบโรงงาน
ควบคุมคุณภาพ
ดูแลมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย
สมาชิกฟาร์มปศุสัตว์
→ สมัครเป็นสมาชิกระยะยาว 10-20 ปี
→ แจ้งล่วงหน้า 1 ปี หากถอนตัว
หากสมาชิกถอน
→ วิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์ - ต้องหาฟาร์มใหม่ทดแทน
หากส่งมอบมูลสัตว์ไม่ครบ
→ ชะลอการจ่ายเงินปันผลของ วิสาหกิจชุมชนปศุสัตว์
โครงสร้างนี้ทำให้:
เกษตรกร ไม่เสี่ยงเกินตัว
วิสาหกิจชุมชน มีรายได้ประจำ + รายได้จากการถือหุ้น
โครงการ ดำเนินต่อได้ยาว 10–20 ปี
ทุกฝ่ายรู้หน้าที่ของตนเองชัดเจน
แยกโครงการ แยกความเสี่ยง
วิสาหกิจชุมชน = เจ้าของร่วม + ผู้ใช้บริการ
ไม่มีค่าปรับเงินสด
ใช้ความรับผิดชอบร่วมกันแทนการลงโทษ
ขยายผลได้หลายพื้นที่
วิสาหกิจชุมชนสามารถขอพิจารณาถือหุ้นลมได้ หากมีเงื่อนไขประกอบครบถ้วน ดังต่อไปนี้
สภาเกษตรกรจังหวัดออก หนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) แสดงความประสงค์ที่จะเป็น ผู้ร่วมริเริ่มและพัฒนาโครงการโรงเก็บชีวมวลและโรงแปรรูปชีวมวล ร่วมกับบริษัท CEV REpow จำกัด
ต่อมา สภาเกษตรกรจังหวัดจะจัดทำ บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อกำหนดบทบาทในเชิงสนับสนุนและกำกับดูแลเชิงสถาบัน ได้แก่
รับรองกระบวนการคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ
รับรองว่าวิสาหกิจชุมชนมี
โครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน
ระบบบัญชีที่ตรวจสอบได้
การประชุมสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ
ติดตามผลการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมถือหุ้น
ทำหน้าที่เป็น กลไกไกล่เกลี่ยกรณีผิดนัดการส่งมอบชีวมวล
(ไม่ใช่การรับผิดชอบหนี้หรือภาระทางการเงินของโครงการ)
ติดตามภาพรวมปริมาณวัตถุดิบในระดับจังหวัด
แจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีความเสี่ยง เช่น ภัยแล้ง โรคพืช หรือปัจจัยอื่น
ประสานวิสาหกิจชุมชนสำรองในกรณีจำเป็น
เป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งก่อนเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อช่วยลดข้อพิพาทและรักษาความสัมพันธ์ในพื้นที่
ยืนยันหลักการว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้นำชุมชน ข้อผูกพันและข้อตกลงของวิสาหกิจชุมชนยังคงมีผลต่อเนื่อง ไม่สิ้นสุดตามตัวบุคคล
วิสาหกิจชุมชนที่ต้องการถือหุ้นลม จะต้อง
ทำข้อตกลงเข้าร่วมโครงการในระยะยาว 20 ปี (ในระดับองค์กร)
บริหารจัดการสมาชิกเกษตรกรอย่างเป็นระบบ
รับผิดชอบความต่อเนื่องของวัตถุดิบตามที่ตกลงกับโครงการ
ยอมรับเงื่อนไขการกำกับดูแล และตัวชี้วัดการดำเนินงานของโครงการ
หุ้นลมคือหุ้นที่ได้จาก “ความรับผิดชอบ ความต่อเนื่อง และความร่วมมือของทั้งองค์กร” ไม่ใช่สิทธิ์ที่ได้รับโดยอัตโนมัติ แต่เป็นผลจากความเชื่อมั่นและความร่วมมือระยะยาวของทั้งจังหวัด หรือกลุ่มอำเภอ (ครัสเตอร์) ในจังหวัดนั้นๆ
ไม่มีการบังคับให้ลงทุนด้วยเงินสดตั้งแต่เริ่มต้น (สามารถลงเงินจริงได้เมื่อมั่นใจ)
วิสาหกิจชุมชน ไม่ต้องแบกรับหนี้ของโครงการ
โครงการนี้ตั้งใจให้ - เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และจังหวัด เติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน
โครงสร้างการร่วมทุน เปิดกว้างและยืดหยุ่น
มีทั้งทางเลือกร่วมทุนด้วยเงินสด และทางเลือกหุ้นลม
ชุมชนเป็น เจ้าของร่วม ไม่ใช่เพียงผู้ส่งวัตถุดิบ
มุ่งเน้นความยั่งยืนระยะยาวของจังหวัด